‘รอยยิ้มจากศพ”เปิดใจหญิงจิตอาสาดูแลเด็กน้อยอัยกูร์ ป่วยโรคร้าย จนสิ้นชีพคาอ้อมกอด

คืนสุดท้ายประมาณตี 1 อยู่ดีๆก็พี่ก็ตัวเปียกและมีกลิ่นเหม็นมากบนที่นอนเปียกไปด้วยน้ำที่ไหลออกมาจากทวารหนักของเด็ก แพมเพอร์ล้นไปด้วยอุจจาระที่ปะปนมาด้วยน้ำหนองหันมาดูเครื่องวัดหัวใจก็ตกใจเรียกพยาบาลมาดู ไม่ถึง 5 นาทีทุกอย่างก็ดับไม่มีคลื่นสัญญาณพยาบาลบอกว่า “เสียใจด้วยนะคะ’

เฟซบุ๊ค Ann Rohana ได้โพสต์ข้อความระบุว่าวันนี้พี่แอนอยากจะแบ่งปัน

เรื่อง…รอยยิ้มจากศพ
เป็นศพเด็กน้อยอุยกูร์วัย 5 ขวบ

พี่แอนแค่จะเล่าเรื่องปาฏิหารย์
ห้ามเพื่อนๆโยงประเด็นไปเรื่องอื่น
หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มันละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยของเราได้

เมื่อ 11 ปีก่อน
พี่เคยรับงานจิตอาสางานหนึ่ง
ในโรงพยาบาลรัฐ อ.หาดใหญ่
คือการดูแลเด็กน้อยวัย 5 ขวบ
เด็กน้อยเป็นชาวอุยกูร์

เด็กมีไข้สูงตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจาก 3 วัน ทำทุกวิถีทางแล้วไข้ไม่ลด คุณหมอเลยขอเจาะไขสันหลังเพื่อตรวจเชื้อ เจาะทุกวัน เจ็บทุกวัน เด็กน่าสงสารมากๆ ร้องไห้ตลอดเวลา พี่สงสารเด็กมากๆ จนรู้สึกรักและผูกพันธ์กับเด็กคนนี้ไปเลย พี่ขอพรจากพระอัลลอฮ์ของพี่ว่า ไม่ว่าพ่อแม่ของเด็กคนนี้จะอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดียังไง ขอให้รับรู้ว่า พี่จะดูแลเด็กคนนี้อย่างดีที่สุด ให้เหมือนกับเขาเป็นเด็กที่พี่คลอดออกมาเอง มันคือคำมั่นของพี่ที่มีต่อพระองค์

ครั้งที่ 3 คือครั้งสุดท้ายของการเจาะผลออกมาว่า เด็กติดเชื้อ TB คือ วัณโรคที่กำลังขึ้นสมอง ต้องนำเด็กเข้า ICU ด่วน

เด็กอยู่ใน ICU ประมาณ 2 อาทิตย์
ก็ต้องออกมาอยู่ห้องกักเชื้อ
และพี่ก็จะต้องอยู่ดูแลเด็กเช่นกัน
ตามเจตนา และตามคำมั่นสัญญาต่อพระอัลลอฮ์ของพี่

สภาพอีก 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนเด็กจะหัวใจหยุดเต้น คือ ร่างกายเสื่อมสภาพไปทีละจุด ผิวหนังเริ่มหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ แบบผิวแตกและลอกออก มีทั้งเลือดทั้งหนอง อุจจาระที่พี่ต้องเช็ด ชิ้นเนื้อที่หลุด ที่พี่ต้องเก็บให้เด็กตลอดทุก 3 ชั่วโมง มีแต่กลิ่นน้ำหนองและคาวเลือด น้ำตาเด็กไหลตลอดเวลา เขาคงเจ็บมาก พี่แอนนอนกอดเขาทุกวันทุกคืนเพื่อปลอบใจ และให้เขารู้สึกอบอุ่น และรู้สึกว่า เขาไม่ได้เดียวดาย ยังมีแม่คนนี้ที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ห่างทั้งกายและใจ หากแม่คนนี้เจ็บแทนหนูได้ แม่คนนี้ก็จะขอเจ็บเองนะลูก

พยาบาล รพ หาดใหญ่น่ารักมาก
เพราะเขาคงรู้ว่าพี่เป็นเพียงจิตอาสา
ไม่ได้เป็นมารดาโดยชอบธรรม
สอนพี่ทุกเรื่องในการดูแลเด็ก
จนพี่สามารถทำเองได้ทั้งหมด
และพี่มั่นใจว่ามือพี่เบาที่สุด
และเด็กจะเจ็บน้อยที่สุด

คืนสุดท้ายประมาณตี 1
อยู่ดีๆก็พี่ก็ตัวเปียกและมีกลิ่นเหม็นมาก
บนที่นอนเปียกไปด้วยน้ำที่ไหลออกมาจากทวารหนักของเด็ก แพมเพอร์ล้นไปด้วยอุจจาระที่ปะปนมาด้วยน้ำหนอง
หันมาดูเครื่องวัดหัวใจก็ตกใจ
เรียกพยาบาลมาดู ไม่ถึง 5 นาที
ทุกอย่างก็ดับไม่มีคลื่นสัญญาณ
พยาบาลบอกว่า “เสียใจด้วยนะคะ”

พี่ถามว่าแล้วพี่จะต้องทำยังไงต่อ
พยาบาลบอกว่า ตามระเบียบคือ 2 ชม
พี่ต้องย้ายเด็กออก และต้องถอดชุดเด็กคืนกับทางโรงพยาบาล

พี่บอกว่าขอยืมก่อนได้มั้ย
ให้เช้าก่อนแล้วจะหาชุดมาเปลี่ยนให้
พี่พาเด็กไปฝากเอาไว้ในห้องดับจิต
ให้นอนข้างนอกก่อนไม่ได้เอาเข้าตู้
รีบกลับบ้านไปเอาผ้าห่มลูกชาย
แล้วนำกลับมาห่อศพเด็กเพื่อคืนชุดให้กับทางโรงพยาบาล

และในตอนเช้าที่พี่หาชุดมาได้
พี่ก็มาเปลี่ยนให้กับเด็ก
แต่ในตอนนั้น…สิ่งที่พี่เห็น
สภาพผิวหนังของเด็กกลับมาฟื้นฟู
กลายเป็นปกติ ผิวขาวอมชมพู
และเด็กก็ยิ้มให้กับพี่แต่ไม่ได้ลืมตา
เป็นการยิ้มเหมือนเด็กนอนหลับยิ้ม
จนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ใบหน้าเด็กก็ค่อยๆเป็นปกติ เหมือนเด็กหลับทั่วไป

😢😢😢

ไม่เล่าต่อแล้วนะคะ
เพราะเหตุการณ์หลังจากนั้น
คือเหตุการณ์ที่ระทึก ส่งผลและกระทบต่อหลายๆฝ่าย จนทำให้พี่ต้องไปมีความสัมพันธ์ทั้ง อเมริกา ตุรกี ออสเตรเลีย จนกลายเป็นข่าวทางทีวี พี่จะไม่ขอตอบอะไรใดๆอีกทั้งสิ้น ทุกๆอย่างคือบทกำหนดจากพระอัลลอฮ์ของพี่ พี่ต้องยอมรับในสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนด เราทำดีที่สุดแล้ว

และพี่ไม่ได้เลือกว่าเด็กจะเป็นใคร
ต่อให้เขาเป็นเด็กยิวอิสราเอล
พี่ก็จะดูแลเขาค่ะ และจะปฏิบัติต่อเด็ก
เหมือนๆ กัน โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ และศาสนาของใคร เพราะพระอัลลอฮ์ของพี่มีคำสั่งในอัลกุรอานว่า ให้พี่ดูแลเพื่อนมนุษย์ทุกๆคนเหมือนกัน และเท่าเทียมกัน ไม่เคยรับเงินหรือขอเงินจากองค์กรใดๆทั้งสิ้น ทำด้วยใจ และใช้เงินของตัวเองทุกบาททุกสตางค์

สิ่งที่พี่ได้รับคือ : พี่เห็นสัญลักษณ์ของการตายแบบชะฮีดกับตา และ วัณโรคคือโรคติดต่อที่ร้ายแรงมาก พี่สัมผัสโดยตรง แต่ผลตรวจร่างกายของพี่หลังจากนั้นคือ พี่ไม่มีเชื้อวัณโรคแม้แต่นิดเดียว

Alhamdullillah
Amiin