“อนุทิน” ลงพื้นที่ “ปาย” แก้ปัญหาข้อร้องเรียนพฤติกรรม นทท. ย้ำ ไม่ยอมให้ชาวบ้านถูกคุกคาม กำชับ “ขาใหญ่ มาเฟีย มาฟรี” จะปล่อยให้เกิดไม่ได้
26 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โฆษกกระทรวงมหาดไทย, นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นายอนุทินได้เดินทางมายังโบสถ์ชาวยิว หรือ ชาบัด พร้อมทั้งหารือกับนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และนายนาเฮลยา วิลเฮม ผู้นำศาสนายูดาห์ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นได้เดินทางไปยังโรงแรมมอนทิส ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อมอบโยบาย
นายอนุทิน กล่าวว่า มีความกังวลเกิดขึ้น เราก็ต้องช่วยกันคลี่คลาย ท่านนายกฯ ให้ตนและและท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยลงมาติดตาม และสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อลดความกัลวลที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน วันนี้ ปาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ ของไทย มีศักยภาพ ที่พร้อมเติบโตไปข้างหน้า เช่นเดัยวกับ จ.แม่ฮ่องสอน
ความกังวลที่ปรากฏในโลกออนไลน์ และการนำเสนอข่าว ตนได้สอบถามกับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ได้รับการยืนยันว่า หลายประเด็น ที่ถูกนำเสนอออกไปนั้น เป็นเรื่องที่เกินจริงไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ที่สุดแล้ว ทุกคน ต้องเคารพกฎหมายไทย
ได้ถามท่านผู้ว่าฯ ถึงการใช้อิทธิพลจากคนไทย หรือต่างชาติ เช่นที่เกิดขึ้นในบางพิ้นที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่หรือไม่ คำตอบที่ได้รับคือไม่มี เข้าใจว่าหลายคนกังเรื่องความสงบที่อาจถูกลดทอนลง จากการเติบโตด้านการท่องเที่ยว แต่ก็ขอให้มองโอกาสต่างๆที่เข้ามาด้วย
“สิ่งที่ผมไม่ยอมให้เกิดเด็ดขาดคือ การคุกคามชาวบ้าน เรื่องนี้ ยอมให้เกิดไม่ได้เลย ที่นี่ต้องไม่มีขาใหญ่ มาเฟีย มาเฟีย เข้ามาเที่ยว ต้องจับจ่ายหาความสุข ไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย และไม่สร้างปัญหา”
นายอนุทิน เผยว่า ได้หารือกับเอกอัคราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ข้อมูลว่า มีชาวอิสราเอล มาเที่ยวประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ประเทศไทย เป็นประเทศที่สวยงาม คนไทย อัธยาศัยดี อย่างไรก็ตาม อาจจะมีความไม่เข้าใจกันในเรื่องของวัฒนธรรม ซึ่งท่านทูตอิสราเอล กำลังทำความเข้าใจกับชาวอิสราเอล ที่มาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ว่าอะไร ทำได้ หรือทำไม่ได้ ส่วนเรื่องศาสนาความเชื่อ ท่านทูตยืนยันว่า จะไม่ทำให้เกิดความกังวล หรือความไม่สบายใจกับคนพื้นที่
.นางออร์นา ซากิฟ ยอมรับถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม และพร้อมให้ความร่วมมือนักท่องเที่ยวอิสราเอลปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทย พร้อมขอร้องให้คนไทยอย่าตีตราหรือต่อต้านนักท่องเที่ยวอิสราเอล เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทย
.
ขณะเดียวกัน ทูตอิสราเอลแสดงความกังวลต่อป้าย “ไม่ต้อนรับชาวอิสราเอล” ในอำเภอปาย ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกถูกแบ่งแยก พร้อมยืนยันว่าสถานที่ทางศาสนายิวในพื้นที่ไม่ได้เป็นจุดรวมตัวของชุมชนชาวยิวในระยะยาว และไม่มีเป้าหมายแทรกซึมหรือสร้างปัญหาให้กับท้องถิ่น
.
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยและสถานทูตอิสราเอลจะร่วมกันสร้างความเข้าใจและป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เพื่อรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดีต่อไป
.
ขณะที่นายนาเฮ็มยา วิลเฮ็ม ผู้นำศาสนายูดาห์ในชุมชน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยอมรับ เสียใจกับกระแสแบนนักท่องเที่ยวอิสราเอล ยืนยัน เราเป็นคนดีและรักประเทศไทย ที่ผ่านมาก็พยายามช่วยบอกกันว่าให้เคารพวัฒนธรรมไทยแล้ว
หลังจากนั้น นายอนุทิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางมาลงพื้นที่ถนนคนเดินปาย หลังจากมีข้อเรียนเรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ทั้งนี้ ตลอดทาง นายอนุทิน ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว โดยสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย
ระหว่างทาง นายอนุทิน ได้หันไปสั่งการ นายคณัสภูชิต แสนคำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปาย ให้ดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ อย่าให้มีใครปฏิบัติตัวอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมือง ส่วนในประเด็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่สร้างความไม่พอใจให้คนพื้นที่ ไปจนถึงผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ขอให้ไปทำความเข้าใจว่าในประเทศไทยอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ต้องเข้าใจวัฒนธรรมไทยด้วยและถ้าหากใครไม่เชื่อฟัง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ให้ใช้อำนาจที่มีอยู่จัดการได้เลย
โดยตลอดเส้นทางได้มีชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวเข้ามาทักทายนายอนุทิน พร้อมทั้งขอถ่ายรูปด้วยเป็นระยะ นาย อนุทินย้ำว่าการท่องเที่ยวที่เมืองปายเติบโตขึ้นมาก ผู้ประกอบการไปจนถึงคนในพื้นที่ยินดีในส่วนนี้ แต่ก็ไม่มีใครอยากให้ความสงบเงียบซึ่งเป็นธรรมชาติของเมืองปายหายไป เราก็ต้องช่วยกัน ให้เมืองปาย เป็นเมืองน่าเที่ยวตราบนานเท่านาน