MoMo challenge เกมนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศในช่วงปีที่ผ่านมาโดยจะเล่นผ่านทางแอพพลิเคชั่น Whatsapp โดยการเล่นนั้น ผู้เล่นจะถูกท้าทายให้ทักไปยังบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อ MOMO และก็จะมีข้อความ หรือภาพที่ส่งกลับมา ซึ่งมักจะเป็นภาพที่น่ากลัว หรือข้อความที่รุนแรง โดยภาพที่ใช้เป็นภาพหญิงสาวหน้าตาบิดเบี้ยวน่ากลัวคล้ายปีศาจ ซึ่งภาพนี้เป็นผลงานศิลปะของศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า มิโดริ ฮายาชิ
ตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่า เกม MOMO นี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเด็กหญิงวัย 12 ปีที่อาร์เจนตินา โดยรูปแบบของเกมนี้นั้น คล้ายๆกับเกม Blue whale challenge ที่แพร่หลายที่รัสเซียเมื่อปีที่แล้ว และทำให้เกิดการฆ่าตัวตายหมู่ตามมา
MOMO ได้รับความนิยมในหลายประเทศเช่น อาร์เจนตินา เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมันนี และได้รับความนิยมมากที่สุดในแถบลาตินอเมริกา และกลุ่มเป้าหมายหลักของเกมนี้คือกลุ่มวัยรุ่น
YouTube ยังเผชิญกับปัญหาคลิปเนื้อหาไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เป็นคลิปที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก กรณีล่าสุดเป็นการแทรก “ฉากสอนฆ่าตัวตาย” ลงในการ์ตูนสำหรับเด็ก และสามารถเล็ดลอดการตรวจจับไปขึ้น YouTube Kids ที่พ่อแม่ไว้ใจให้ลูกๆ เปิดดูได้ด้วย
Dr. Free N. Hess ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออนไลน์ของเด็ก พบคลิปการ์ตูนเด็กที่ใช้ตัวละครจากเกม Splatoon (เป็นคลิปที่ทำโดยแฟนๆ ไม่ใช่การ์ตูนอย่างเป็นทางการ) บน YouTube และ YouTube Kids เมื่อดูการ์ตูนไปตามปกติจนถึงนาทีที่ 4:44 ก็มีผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาบนจอ และสอนวิธีการกรีดแขนเพื่อฆ่าตัวตายเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที จากนั้นก็ตัดเข้าฉากการ์ตูนตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความน่าสนใจคือคลิปนี้อยู่บน YouTube มานานพอสมควรแล้ว และมีคนรีพอร์ตปัญหาไปยัง YouTube แต่ก็ไม่เกิดผลใดๆ จึงคาดว่าผู้สร้างคลิปนี้จงใจใช้ฉากในการ์ตูนเพื่อเล็ดลอดการตรวจจับของ YouTube เมื่อผู้ตรวจสอบได้รับการรีพอร์ต เข้าไปตรวจคลิปดูก็เห็นเป็นการ์ตูนปกติ จึงไม่ได้ดำเนินการอะไร (ปัจจุบันคลิปถูกลบไปแล้วหลังเป็นข่าวดัง)
อีกกรณีหนึ่งที่ใช้เทคนิคคล้ายๆ กันและเกิดขึ้นช่วงไล่เลี่ยกันคือ Momo Challenge ซึ่งเป็นภาพรูปปั้นผู้หญิงครึ่งคนครึ่งนก ตาปูดโปน หน้าตาดูน่ากลัวในแกลเลอรีของประเทศญี่ปุ่น
ภาพนี้ถูกนำมาใช้เป็นมีมชื่อ Momo Challenge (โดยเจ้าของรูปปั้นไม่เกี่ยวอะไรด้วย) เพื่อชักชวนให้คนบนโซเชียลทำอะไรเสี่ยงๆ รวมถึงทำร้ายผู้อื่นหรือตัวเอง และการทำภารกิจไม่สำเร็จ หรือบอกเรื่องนี้กับผู้อื่นจะเกิดผลเสียตามมาต่อผู้ชมคลิป (เนื้อหาอาจดัดแปลงไปตามมีมแต่ละอัน แต่โครงเรื่องหลักเป็นแนวนี้)
Momo Challenge เริ่มแพร่หลายในปี 2018 และกลับมาอีกครั้งในช่วงนี้ วิธีการคล้ายกับกรณีข้างบนคือ คลิปการ์ตูนที่ใช้ตัวละครดังๆ อย่าง Splatoon, Fortnite หรือ Peppa Pig ถูกดัดแปลงให้แทรกหน้าของ Momo เข้ามาในบางช่วง และบอกให้เด็กๆ ทำสิ่งที่อันตรายอย่าง เข้าไปในครัว เปิดแก๊ส หรือหยิบมีดมาปาดคอตัวเอง โดยขู่ว่าห้ามบอกพ่อแม่ มิฉะนั้นพ่อแม่จะเกิดอันตราย
คลิป Momo Challenge รอบใหม่สามารถเล็ดลอดขึ้น YouTube Kids และมีรายงานจากโรงเรียนในอังกฤษว่าพบคลิปนี้แพร่หลายในหมู่เด็กๆ ซึ่งมีเด็กจำนวนมากเกิดความกลัว
อย่างไรก็ตาม โฆษกของ YouTube ยืนยันว่าไม่พบคลิปเหล่านี้ แต่ก็ย้ำว่าให้รีพอร์ตเพื่อให้ทีมงานของ YouTube สามารถลบคลิปได้ทันที